|
|
|
ความเห็นที่ 3 โดยคุณ ปราโมทย์ วัน อังคาร ที่ 15 สิงหาคม 2543 07:07:44
คุณเท็ด เป็นมนุษย์เจ้าอุบายมานานแล้วครับคุณธนา ที่ปฏิบัติลำบากมากกว่าใครๆ ก็ตรงที่เจ้าอุบายนี่แหละ จนตอนหลัง คุณเท็ด จึงจับเคล็ดได้ว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ให้รู้ทัน อย่าเผลอไปตามความยินดียินร้าย พอเข้าใจถึงตรงนี้แล้ว การปฏิบัติจึงราบรื่นขึ้น |
|
Read more...
|
|
|
|
|
ความเห็นที่ 2 โดยคุณ ปราโมทย์ วัน ศุกร์ ที่ 2 มิถุนายน 2543 09:35:46 สาธุครับ คุณพัลวัน
เรื่องเลียบเคียงเมียงมองนี้ เป็นศิลปะที่สำคัญทีเดียว เพราะความเคยชินของเราทุกคน คือการ เพ่งอารมณ์ เวลาอารมณ์ใดปรากฏขึ้น ก็เพ่งใส่อารมณ์นั้น เพื่อจะให้รู้ชัดว่า มันคืออะไร มันมาจากไหน มันทำอะไร มันดับไปอย่างไร หรือหนักกว่านั้นก็คือ เพ่งเพื่อรักษามันไว้ หรือเพ่งเพื่อดับมันลง |
|
Read more...
|
|
|
|
|
ความคิดเห็นที่ 7 : (สันตินันท์)
ทางสายกลางหรือความไม่สุดโต่งในการปฏิบัตินั้น ต้องพิจารณาเอาที่จิตใจตนเองครับ เพราะการปฏิบัติที่เป็นกลางของแต่ละคนไม่เท่ากัน วิธีพิจารณาง่ายๆ ที่พระป่าท่านใช้กันก็คือ การสังเกตตนเองว่า นอนแค่ไหนจึงจะพอ คือไม่ง่วงเหงาเพราะพักน้อยไป ไม่ซีมเซาเพราะนอนมากไป กินแค่ไหนจึงจะทำความเพียรสบาย อยู่ในอิริยาบถใด มากน้อยเพียงใด การปฏิบัติทางจิตจึงคล่องแคล่ว |
|
Read more...
|
|
|
|
|
ความคิดเห็นที่ 3 : (สันตินันท์)
จะพุทโธ อย่างเดียว หรือกำหนดลมหายใจอย่างเดียว หรือพุทโธ ประกอบลมหายใจ ก็แล้วแต่ความถนัดครับ อันนี้แล้วแต่จริตนิสัยครับ ผมเคยถามพระบางองค์ที่ท่านชอบพุทโธอย่างเดียว ว่าทำไมไม่กำหนดลมหายใจ ท่านบอกว่าเคยเห็นคนป่วยหนัก หายใจไม่สะดวก ท่านจึงหันมาใช้กรรมฐานที่ไม่เกี่ยวกับลมหายใจเพราะเกรงจะมีปัญหาตอนใกล้ตาย ส่วนพระอีกองค์หนึ่งท่านชอบกำหนดลมหายใจ ไม่ชอบพุทโธ ด้วยเหตุผลว่า พุทโธเป็นความปรุงแต่งของจิต กำหนดแล้วรู้สึกรุงรัง สู้รู้ลมหายใจไม่ได้ จิตได้พักเต็มที่มากกว่า สำหรับผมเวลาเริ่มต้นภาวนาในแต่ละวัน บางทีก็ใช้พุทโธ+ ลมหายใจ ทำไปสักครู่ก็ทิ้งพุทโธ มารู้ลมหายใจ ถัดจากนั้นทิ้งลมหายใจเข้าไปรู้จิต ถ้าจะทำสมถะต่ออีก ก็จะเข้าที่ความว่างในจิตต่อไป และถ้าจะเดินวิปัสสนา ก็อ่านจิตใจต่อไปเลย สรุปแล้ว การปฏิบัติไม่มีเรื่องตายตัว ใครถนัดอย่างไหน ก็ทำอย่างนั้น อันนี้ต้องพิจารณาตนเอง ว่าเราควรทำอย่างไรนะครับ
จากคุณ : สันตินันท์ [ 7 มิ.ย. 2542 / 09:02:03 น. ] |
|
Read more...
|
|
|
พุทธศาสน์เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ |
|
|
ความเห็นที่ 6 โดยคุณ ปราโมทย์ วัน อังคาร ที่ 5 กันยายน 2543 08:11:51
คำสอนทางพระพุทธศาสนาจัดเป็นศาสตร์ เพราะมีเหตุมีผลที่พิสูจน์ได้ เช่นถ้าผู้ใดเจริญสติสัมปชัญญะถูกต้อง จิตใจก็พัฒนาไปสู่ภาวะอันเดียวกัน คือสงบ สะอาด สว่าง รู้ ตื่น และเบิกบาน ปฏิบัติถูกต้อง ก็เห็นผลทันที จนผู้ปฏิบัติต้องอุทานด้วยความอัศจรรย์ใจ ว่าธรรมของพระพุทธเจ้าเป็นสิ่งอัศจรรย์โดยแท้ |
|
Read more...
|
|
|
|
<< Start < Previous 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 Next > End >>
|