header image
เรียนตำราว่าด้วยจิต
โดยคุณ ปราโมทย์ วัน เสาร์ ที่ 23 กันยายน 2543 20:47:13

เมื่อแรกผมคิดว่า จะไม่เขียนเรื่องเปรียบเทียบปริยัติกับปฏิบัติอีกแล้ว แต่คุณดังตฤณ ขอให้ผมเขียนเรื่องอีกสักหน่อยเถิด ด้วยเหตุผลที่ว่า ไม่มีนักปฏิบัติที่ไหนจะยอมเสียเวลากับเรื่องนี้ ดังนั้นเพื่ออนุโลมตามคำเรียกร้องของคุณดังตฤณ จึงขอเขียนอีกสักเรื่องหนึ่งก็แล้วกันครับ ต่อไปนี้ไม่เขียนแล้วนะครับ ไม่อยากมีปัญหา และในฐานะที่พวกเราสนใจการดูจิต จึงขอเขียนเรื่องจิตก็แล้วกัน

Read more...
"อรหันต์"กับทางเสื่อมของผู้ปฏิบัติธรรม
โดยคุณปราโมทย์ วัน อาทิตย์ ที่ 3 กันยายน 2543 18:40:55

ผมได้อ่านพระสูตรเรื่องหนึ่ง เป็นคำสอนของท่านพระมหากัสสปเถระเกี่ยวกับธรรมที่ทำให้ผู้ปฏิบัติสำคัญผิดว่าตนเป็นพระอรหันต์ และธรรม 10 ประการที่เป็นความเสื่อมในธรรมวินัย เห็นว่าเป็นเครื่องเตือนใจให้เราสำรวจและเตือนตนเองได้เป็นอย่างดี จึงขออัญเชิญมาให้พวกเราอ่านร่วมกัน

Read more...
เรื่องของโพธิจิต
โดยคุณ ปราโมทย์ วัน อังคาร ที่ 19 กันยายน 2543 11:00:57

เซ็น กับเถรวาท มีรากฐานต้นกำเนิดอันเดียวกัน เป้าหมายก็มุ่งสู่ความหลุดพ้นอันเดียวกัน แต่กระบวนการอธิบายธรรม กลับเป็นตรงข้ามกันหลายส่วน ปัญหาที่น่าพิจารณาก็คือ สิ่งที่อธิบายเป็นตรงข้ามกันนั้น เป็นสิ่งที่ตรงข้ามหรือขัดแย้งกันจริงๆ หรือเป็นเพียงภาษาหรืออุบายที่แตกต่างกันเท่านั้น ? และคำสอนของทั้งสองฝ่ายมีประโยชน์อย่างใดบ้าง ?

Read more...
วิถีแห่งจิต
โดยคุณ ปราโมทย์ วัน เสาร์ ที่ 16 กันยายน 2543 12:22:24

1. ไม่ปรากฏเรื่องวิถีจิตในพระไตรปิฎก

จิตมีธรรมชาติเกิดดับอย่างรวดเร็วสืบเนื่องกันอยู่เสมอ ช่วงใดที่จิตไม่ได้ออกรับรู้อารมณ์ก็มีสภาพเป็นจิตที่หลับอยู่ เรียกว่า "ภวังคจิต" เมื่อใดจิตออกมารับรู้อารมณ์ ตำราท่านเรียกว่า "วิถีจิต"

อันที่จริงไม่ปรากฏคำว่า "วิถีจิต" ในพระไตรปิฎก กระทั่งในพระอภิธรรมปิฎก เพราะเป็นเรื่องที่นักปราชญ์ชั้นหลังท่านบัญญัติขึ้นเอง แต่ก็เขียนขึ้นอย่างมีมูลความจริงที่นักปฏิบัติพอจะพิจารณาเห็นตามได้ ภายหลังจากที่ได้ลงมือเจริญสติสัมปชัญญะอย่างถูกต้องและต่อเนื่อง ตามคำสอนตรงของพระพุทธเจ้าแล้ว

Read more...
ปรมัตถธรรมและบัญญัติ
โดยคุณ ปราโมทย์ วัน เสาร์ ที่ 19 สิงหาคม 2543 08:44:52

ว่าจะตอบกระทู้คุณพัลวันหลายวันแล้ว แต่เพิ่งว่างครับ เลยขอตั้งเป็นกระทู้ใหม่ก็แล้วกัน เพราะผู้ที่อ่านกระทู้เดิมแล้วอาจจะคิดว่าจบแล้ว


ที่คุณพัลวันกล่าวว่าคนเราหลงของ(อารมณ์)ใหม่ แต่อาการหลงและกิเลสตัณหาเป็นของเก่านั้น เป็นทัศนะที่แหลมคมทีเดียว เพราะอะไรใหม่ มันล้วนแต่น่าสนใจ น่าทดลองบริโภค บางครั้งก็เห็นๆอยู่ว่าเนื้อหาสาระของสิ่งใหม่นั้นก็ไม่น่าจะมีอะไรมากนัก แต่คนเราก็ต้องพยายามบริโภค เพื่อความเป็นคนทันสมัย มีรสนิยม และโก้เก๋ เช่นใช้นาฬิกาเรือนละล้าน ขับรถคันละ 50 ล้าน หรือมีอีหนูหลายๆคนทั้งที่สังขารไม่อำนวย การบริโภคของใหม่จึงมีทั้งเหตุผลจูงใจทางกายและทางจิตใจ

Read more...
<< Start < Previous 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 Next > End >>

Who's Online
We have 12 guests online
Syndicate