หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านแสดงไว้ว่า ตั้งแต่กายมนุษย์จนถึงกายอรูปพรหมละเอียดเป็นสมถะ กายโคตรภูถึงกายพระอรหัตเป็นวิปัสสนา ถ้าลองพิจารณารายละเอียดของแต่ละกาย ทั้งที่เป็นสมถะและวิปัสสนา จะพบความต่างอยู่ที่ขนาดหน้าตักของรูปนิมิต และความใส เท่านั้น
การฟังธรรมของหลวงพ่อวัดปากน้ำ มีข้อต้องระวังอย่างหนึ่งครับ คือท่านยืมศัพท์ทางพุทธศาสนา มาใช้อธิบายสภาวะที่ปรากฏเอาอย่างอัตโนมัติ เหมือนที่ยืมคำว่า ธรรมกายอันหมายถึงพระพุทธเจ้า มาเป็นชื่อวิชชาของท่าน ดังที่ผมยกตัวอย่างการอธิบายขันธ์ 5 ไว้ในกระทู้ข้างล่างคราวหนึ่งแล้ว
ในกระทู้นี้ผมจะลองนำคำอธิบายศัพท์ของชาวธรรมกายมาให้ชมอีกสักคำหนึ่ง คือคำว่าปฏิจจสมุปบาท มีการสอนกันในสำนักธรรมกายว่า
"ที่เรียกว่าปฏิจจสมุปบาทนั้น หมายถึงธรรมที่เกี่ยวเนื่องกันเป็นลูกโซ่ เป็นปัจจัยติดต่อกันไปไม่ขาดสาย คืออวิชชา สังขาร ...ทุกข์ โทมนัส อุปายาส
อวิชชา มีลักษณะสัณฐานกลม สีขุ่นมัว ไม่ผ่องใส เล็กเท่าเมล็ดโพธิ์หรือเมล็ดไทร เป็นปัจจัยให้เกิดสังขาร
สังขาร มีลักษณะสัณฐานกลม สีขาวใสสะอาดบริสุทธิ์ ซ้อนอยู่ชั้นในของอวิชชา เป็นปัจจัยให้เกิดวิญญาณ"
ยกมาพอเป็นตัวอย่างนะครับ เพื่อแสดงให้เห็นว่า วิชชาธรรมกายนำศัพท์บัญญัติของพระพุทธเจ้าไปอธิบายถึงสิ่งอื่น ทั้งที่ศัพท์แต่ละตัวในทางพระพุทธศาสนานั้น มีวิเสสลักษณะ หรือคำอธิบายลักษณะเฉพาะไว้อย่างชัดเจน อย่างอวิชชานั้น ในทางพระพุทธศาสนาคือความไม่รู้อริยสัจจ์ ไม่ใช่ลูกกลมสีขาวขุ่นอะไรนั่น
ดังนั้น เมื่ออ่านคำสอนของหลวงพ่อวัดปากน้ำเกี่ยวกับวิชชาธรรมกาย แล้วเห็นท่านพูดเรื่องกิเลสชนิดต่างๆ หรืออริยสัจจ์ ปฏิจจสมุปบาท ธาตุ ขันธ์ อายตนะ ฯลฯ อย่าสำคัญมั่นหมายเอาง่ายๆ ว่า วิชชาธรรมกายเหมือนกับพระพุทธศาสนา เพราะวิเสสลักษณะของสภาวะแต่ละตัว ไม่ตรงกับวิเสสลักษณะของธรรมะที่แท้จริง
ยกตัวอย่างอย่างเชน หรือชินะ นั้น เขาก็มีคำว่านิพพานเหมือนกัน ถ้าอ่านเจอว่า เชนพูดถึงนิพพาน ก็สรุปว่าพุทธกับเชนเป็นอันเดียวกัน อันนั้นไม่คำนึงถึงวิเสสลักษณะของนิพพานที่แตกต่างกัน และจัดว่าสรุปผิดในสาระสำคัญ หรืออย่างสมมุติว่า พี่เจ้าชาติเกิดเอ็นดูผมเป็นพิเศษ เอาชื่อสันตินันท์ไปตั้งเป็นชื่อแมวที่บ้าน แมวสันตินันท์ กับนายสันตินันท์ ชื่อเดียวกัน แต่เนื้อหาต่างกัน เป็นต้น
การนำศัพท์บัญญัติที่มีสภาวะรองรับที่ชัดเจนของพระพุทธศาสนาไปใช้ในวิชชาธรรมกาย จึงไม่ได้ทำให้วิชชาธรรมกายกลายเป็นพุทธศาสนาขึ้นมาได้เลย ยิ่งเอาวิเสสลักษณะของธรรมคำเดียวกันมาไล่ยันกันทีละตัว จะพบว่า เป็นคนละเรื่องกันเลย เอวังก็มี ด้วยประการฉะนี้ครับ [21 พ.ค. 2542] |