header image
Home arrow กลยุทธในการปฏิบัติ arrow ทั่วไป arrow สนทนาธรรมกับคุณดังตฤณ คุณมะขามป้อม และคุณพัลวัน
สนทนาธรรมกับคุณดังตฤณ คุณมะขามป้อม และคุณพัลวัน
โดยคุณ สันตินันท์ วัน พุธ ที่ 1 มีนาคม 2543 11:00:54

เมื่อวานนี้ผมมีโอกาสได้สนทนาธรรมกับ คุณดังตฤณ
ซึ่งมักจะแวะเวียนไปเยี่ยมผมแทบทุกสัปดาห์
แถมยังมีโอกาสได้คุยกับ คุณมะขามป้อม และคุณพัลวันทาง ICQ
เห็นว่ามีเนื้อหาเบาๆ น่าสนุก จึงนำมาเล่าสู่กันฟังตามประสาคนวงในด้วยกัน

คุณดังตฤณมาเล่าให้ผมฟังว่า จิตใจเบื่อหน่ายโลกและผู้คนเป็นอย่างยิ่ง
เพราะช่วงนี้ มีเวลาให้กับการปฏิบัติอย่างเต็มที่
จิตใจสงบวิเวก น้อมไปในทางจะทำความเพียรของตนเอง
มองโลกและผู้คนเป็นความว่างเปล่าไปหมด

ผมก็เล่าให้คุณดังตฤณฟังว่า
ทุกวันนี้ จิตของผมมองโลก มองคน เหมือนเห็นภาพสองมิติ
คือแบนราบเสมอกันไปหมด ไม่มีคน ไม่มีสิ่งแวดล้อม
ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่จะเป็นภาพสามมิติ
คือยังมีคนนั้น คนนี้ สิ่งนั้น สิ่งนี้ ที่นูนเด่นออกมาจากภาพที่เห็น
คุณดังตฤณ ก็เล่าว่า เห็นภาพแบบนี้เหมือนกัน

อีกท่านหนึ่งคือคุณมะขามป้อม ซึ่งมาเล่าอาการของจิตให้ฟัง
เป็นเรื่องละเอียดอ่อน น่าฟังมากครับ

มะขามป้อม 29/2/43 15:54 เพิ่งจะคุยอยู่ไม่นานว่าลานธรรมสงบ
ตอนนี้คลื่นแรงอีกแล้ว

มีคำถามเดียวครับก่อนกลับบ้าน
ช่วงหลังๆ ที่ปฏิบัติมีความรู้สึกอย่างหนึ่งเด่นชัดมากเลยครับ
คือรู้สึกถึงความไม่จริงของโลกที่เราอยู่
หรือแม้กระทั่งตัวจิตเอง

เป็นความรู้สึกนะครับไม่ใช่การนึกนำ

พี่เคยรู้สึกแบบนี้หรือเปล่าครับ

สันตินันท์ 29/2/43 15:57 รู้สึกสิครับ พี่เห็นอยู่ตลอดถึงความไม่จริงของจิต
เพราะเห็นชัดว่า สิ่งที่เราเห็นว่าจิต
ความจริงเป็นแค่สัญญาเท่านั้น
มันแนบแทบเป็นเนื้อเดียวกับใจ
สิ่งที่เราเห็นจึงเป็นของปลอม เป็นขันธ์
ส่วนธรรมชาติของจริงนั้น ยังไม่ปรากฏออกมา
อันนั้นครูบาอาจารย์ท่านเรียกว่าใจบ้าง จิตหนึ่งบ้าง
ถ้าจบกิจแล้วจึงจะอยู่กับธรรมแท้ได้ตลอดครับ

มะขามป้อม 29/2/43 16:02 ช่วงหลังๆ มานี้ ทุกครั้งที่กำหนดจิต
จะรู้สึกอย่างนี้ตลอดเวลาเลย
เป็นความรู้สึกที่แปลกจริงๆ
เลยถามดูนะครับ

แสดงว่าเป็นความรู้สึกอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นกับ
ผู้ปฏิบัติถึงระดับหนึ่งใช่ไหมครับ

สันตินันท์ 29/2/43 16:05 เป็นธรรมดาครับ ขอเพียงดูออกตามความจริง
ก็จะเห็นว่า เรายังอยู่กับขันธ์
เพราะเรายังไม่หลุดพ้นถาวร
ถ้าไปเห็นว่าอยู่กับของจริงแล้ว อันนี้จึงน่าห่วงครับ

มะขามป้อม 29/2/43 16:07 ขอบคุณครับพี่
ขอตัวไปรับลูกก่อนครับ
สวัสดีครับ

สันตินันท์ 29/2/43 16:08 เชิญครับ
เรื่องที่น้องถามนี้
เป็นสิ่งที่หลวงปู่มั่นท่านสอนครับ ที่ว่า
นักปฏิบัติทั้งหลายไปหลงสัญญาว่าเป็นใจ
ที่น้องเห็นว่าไม่ใช่ใจ พี่ก็ดีใจด้วย
สวัสดีครับ

อีกท่านหนึ่งคือคุณพัลวัน
ซึ่งได้เห็นอะไรในลักษณะเดียวกับคุณมะขามป้อมและผม
แล้วมาเล่าให้ฟัง ดังนี้

พัลวัน 1/3/43 8:40 สวัสดีครับครู

ตั้งแต่ผมได้เห็นวันนั้น
ว่าสัญญามันห่อหุ้มความไม่มีอะไร ที่ว่างๆไว้
ทำให้ความสงสัยในธรรมเรื่อง นิพฺพานํ ปรมํ สุขํ
นิพฺพานํ ปรมํ สุญฺญํ ก็หายไปหมดเลยครับ
และเห็นว่าเป็นจริงตามนั้น
ไม่สงสัยอะไรเหลือแล้วครับ (สงสัยแบบโลกนะครับ
คงไม่ใช่วิจิกิจฉาหมดไป
เพราะคงมีอย่างอื่นๆอีกครับ)

สิ่งที่ดีคือ เมื่อได้พิจารณาธรรมใด
เห็นความเปลี่ยนแปลงปรากฎบ้าง ความเกิดดับบ้าง
เห็นว่ามันไม่ใช่เราแต่เราแบกภาระบ้าง
ก็ยิ่งเห็นว่า ไม่มีอะไรที่เป็นสุขเลย..

พัลวัน 1/3/43 8:40 และเห็นว่า ความสงบ(ที่แท้จริง
คือการปราศจากความปรุงแต่ง)
คือความสุขที่แท้จริงครับ

สันตินันท์ 1/3/43 8:41 สาธุ ครูดีใจด้วยครับ
สิ่งที่ปรากฏออกมาก็คือขันธ์เท่านั้นครับ
และก็คือทุกข์ทั้งนั้น ส่วนธรรมแท้
ไม่มีร่องรอยอะไรเลย แต่ก็ไม่ใช่ความไม่มีอะไรเลย

พัลวัน 1/3/43 8:45 ครับครู _/|\_

********************************************

ที่นำเรื่องนี้มาเล่าเพื่อจะสรุปว่า
นักปฏิบัติกับนักปฏิบัติคุยกันรู้เรื่องง่ายดีครับ ไม่กี่คำก็เข้าใจกันแล้ว
ใครจะทำมาทางไหน ที่สุดก็ลงมาที่อันเดียวกันนั่นเอง
คือลงมาที่ใจอันพ้นจากความปรุงแต่ง
ส่วนสิ่งที่เกิดขึ้นดับไปนั้น
นอกจากทุกข์แล้วไม่มีอะไรอีกเลย

<Previous   Next>