header image
Home arrow หลักการปฏิบัติธรรม arrow ทั่วไป arrow ใจความของการปฏิบัติธรรม (VERSION 3)
ใจความของการปฏิบัติธรรม (VERSION 3)

ธรรม เป็นสิ่งละเอียดอ่อนและลึกซึ้ง แต่ไม่ลึกลับ เป็นทั้งตัวกฏธรรมชาติและปรากฏการณ์ตามกฏของธรรมชาติ ผู้เข้าใจธรรมคือเข้าใจกฏของธรรมชาติและปรากฏการณ์ของธรรมชาติ ย่อมพ้นจากทุกข์ทั้งปวง

กฏของธรรมชาติ คือความเป็นจริงที่แน่นอนไม่เปลี่ยนแปลง คือหลักธรรมคำสอนทั้งหลายของพระพุทธเจ้า เช่นอริยสัจจ์ ปฏิจจสมุปบาท และไตรลักษณ์

ปรากฏการณ์ของธรรมชาติ คือสิ่งที่ปรากฏภายใต้กฏของธรรมชาติ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นความเปลี่ยนแปลงทั้งสิ้น เช่นลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตาย ความพลัดพรากจากสิ่งที่รัก การประสบกับสิ่งที่ไม่ชอบใจ และความไม่สมปรารถนา

บุคคลเมื่อประสบกับปรากฏการณ์ของธรรมชาติโดยไม่เข้าใจกฏของธรรมชาติ จิตใจย่อมฟูขึ้นและแฟบลงไปตามปรากฏการณ์ เช่นเมื่อได้ตำแหน่งและยศศักดิ์ มีผู้คนสรรเสริญเยินยอ ก็ไม่เข้าใจว่าสิ่งเหล่านั้นไม่เที่ยง มันเกิดจากเหตุปัจจัยที่ให้ผลชั่วคราวเท่านั้น จิตใจจึงฟุ้งซ่านหลงระเริงว่าเราเก่ง เราแน่ เรามีอำนาจวาสนา ซึ่งเป็นความคิดที่เป็นไปตามอำนาจของกิเลสทั้งสิ้น ต่อมาเมื่อเสื่อมลาภ เสื่อมยศ ก็ไม่เข้าใจว่ามันเป็นธรรมดาตามกฏของธรรมชาติ มีความเศร้าโศกเสียใจ ซึ่งก็เป็นไปตามกิเลสเช่นกัน

ผู้เข้าใจกฎของธรรมชาติ เมื่อประสบกับปรากฏการณ์ใดๆ ย่อมมีจิตใจเป็นกลาง ปล่อยวาง และพยายามดำรงตนให้สอดคล้องกับกฏของธรรมชาติ คือพยายามละชั่ว ทำดี และทำจิตให้ผ่องแผ้ว เพื่อความผาสุกที่แท้จริง

สำหรับนักปฏิบัติธรรม เมื่อประสบกับรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส และความคิดนึกปรุงแต่งทางใจ ก็ให้ย้อนมาอ่านจิตใจของตนเอง รู้ว่ามันมีปฏิกิริยาอย่างไร มันฟู หรือมันแฟบ มันดี หรือมันชั่ว มันสุข หรือมันทุกข์ หากรู้ด้วยความเป็นกลางจริงๆ ไม่เข้าไปแทรกแซงแก้ไข บรรดาความฟู ความแฟบ ความดี ความชั่ว ความสุข ความทุกข์ และอาการกวัดแกว่งเบี่ยงเบนออกจากความเป็นกลางของจิต จะดับไปเอง จิตจะเป็นกลางรู้ปรากฏการณ์ตามความเป็นจริง และเรียนรู้กฏของธรรมชาติได้โดยอัตโนมัติ เพราะปรากฏการณ์ทั้งปวงล้วนแสดงกฏของธรรมชาติให้ผู้มีปัญญาเห็นได้ทั้งสิ้น

<Previous   Next>