|
เรื่องกำลังใจในการปฏิบัตินั้นก็จำเป็นครับสำหรับผู้ที่คิดว่าตนกำลังปฏิบัติธรรม และเห็นว่าการปฏิบัติธรรมเหมือนการทำงานที่ยากๆสักอย่างหนึ่ง
แต่ไม่จำเป็นเท่าไหร่เลย สำหรับผู้ปฏิบัติอีกประเภทหนึ่งที่เห็นว่าการปฏิบัติธรรม คือการเรียนรู้สิ่งที่น่ารู้อย่างยิ่ง เหมือนอย่างเรามีหนังสือน่าอ่านสักเล่มหนึ่ง เราไม่ต้องรอกำลังใจจากใคร เราก็ตั้งหน้าอ่านแล้ว การปฏิบัติธรรมก็เป็นอย่างนั้นเหมือนกัน คือเมื่อเรามีสติอ่าน กาย เวทนา จิต ธรรม เรื่อยๆ ไป มีแต่ความรู้ความเห็นกระจ่างแจ่มใสไปตามลำดับ ปฏิบัติไป อุทานด้วยความอัศจรรย์ใจในธรรมของพระพุทธเจ้าไป ไม่คิดคาดเดาถึงผลที่จะได้รับ มีแต่ตั้งหน้าอ่านเรื่อยๆ ไป ลองปรับจิตปรับใจและปรับวิธีปฏิบัติให้ตรงตามหลักมหาสติปัฏฐานกันเถอะครับ แล้วการปฏิบัติธรรมจะเป็นเรื่องสนุก และไม่ต้องรอกำลังใจจากใครเลย [15 เมษายน 2542] เรื่องเวลาปฏิบัติที่ยาวนานมากน้อยนั้น ที่จริงแล้วแทบจะเป็นปัจจัยสุดท้ายที่จะชี้ให้เห็นผลของการปฏิบัติครับ ถ้าปฏิบัติผิด 50 ปี นอกจากจะไม่ได้ผลแล้ว ยังเป็นปัญหาที่แก้ไขยากเสียอีก สู้พวกปฏิบัติผิดปีเดียวไม่ได้ เพราะคราบสกปรกยังไม่ฝังลึกนัก ส่วนผู้ปฏิบัติถูก เพียง 7 วัน 7 เดือน หรือ 7 ปี ก็อาจเข้าถึงธรรมแท้ได้ ดังนั้นไม่ต้องกังวลว่า เราเพิ่งเริ่มปฏิบัติ เมื่อไหร่จะได้ผล ขอให้เริ่มเถอะ ทำถูกแล้วได้ผลเองแหละครับ สำหรับเรื่องอายุที่เริ่มปฏิบัติ ตามตำราไม่เคยเห็นมีข้อยุติว่า เด็กหรือผู้ใหญ่ปฏิบัติดีกว่ากัน แต่จากประสบการณ์พบว่า ถ้าเริ่มปฏิบัติตอนอายุมาก จะต้องอดทนมากกับสังขารร่างกายที่ทรุดโทรมเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติธรรม ดังนั้นถ้าเร่งปฏิบัติเสียแต่วันนี้ ขณะนี้ได้ ก็ลงมือเถอะครับ ไหนๆ คุณมะเหมี่ยวถามแล้ว ก็ขอตอบครับว่า ผมเริ่มปฏิบัติเมื่อปี 2502 ตอนนั้นอายุ 7 ขวบ แต่ไม่รู้วิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง ได้แต่ของเล่นภายนอก จึงเสียเวลาไปมากมาย เพิ่งเริ่มปฏิบัติเข้าร่องเข้ารอยเมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2525 แต่เมื่อปฏิบัติได้ 7 เดือนก็รู้สึกถึงจุดที่ปลอดภัย และเกิดความอุ่นใจพอประมาณครับ ทุกวันนี้ก็ยังปฏิบัติอยู่ ไม่เคยหยุดเลยครับ [16 เม.ย. 2542] |