|
การดูจิตที่เป็นสมถะและวิปัสสนา |
|
|
|
การดูจิตที่ผมแนะนำนั้น จะทำให้เป็นสมถะก็ได้ เป็นวิปัสสนาก็ได้ คือถ้าเพ่งอยู่ในอารมณ์อันเดียวก็เป็นสมถะ ถ้าสามารถจำแนกรูปนามออกได้ก็เป็นวิปัสสนา คือจำแนกว่า อันนี้รูป อันนี้นาม และนามนั้น ก็จำแนกต่อไปได้ว่า นี้คือนามเจตสิก นี้คือนามจิต ในที่สุดก็จะเห็น จิต เจตสิก รูป แยกออกจากกัน ต่างก็ทำหน้าที่ของตนไปตามหน้าที่ เกิดดับไปตามเหตุปัจจัยของตนๆ ล้วนแสดงความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา เหมือนๆ กัน
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องรู้สภาวะที่กำลังปรากฏจริงๆ ของรูปและนาม ไม่ใช่แค่รู้ชื่อ รู้บัญญัติ อันนั้นใช้ไม่ได้เลยครับ เช่นความโกรธผุดขึ้นมาก็รู้ทัน มันเกิดขึ้นได้เพราะอะไร อะไรเป็นเหตุใกล้ให้มันเกิดก็รู้ มันตั้งอยู่แล้วแสดงอิทธิฤทธิ์อันเป็นหน้าที่ของมันอย่างไรก็รู้ มันดับไปก็รู้ ที่ว่ามานี้ จิตเป็นคนดูเฉยๆ นะครับ จิตเหมือนคนดูละคร ไม่ใช่คนแสดงละครเสียเอง ต่างจากสมถะ ที่จิตโดดลงไปแสดงเอง คือเข้าไปเกาะอารมณ์อันเดียวโดยต่อเนื่อง จากคุณ : สันตินันท์ [ 5 ก.ค. 2542 / 08:27:12 น. ] |