|
ความคิดเห็นที่ 2 : (สันตินันท์)
อนุโมทนากับ คุณนุดี นะครับ
หลวงปู่จันทร์เป็นพระเถระผู้ใหญ่สำคัญยิ่งองค์หนึ่งในสายธรรมยุติและพระป่า ประวัติของท่านงดงามน่าฟัง ธรรมที่ท่านแสดงและคุณนุดี นำมาพิมพ์ไว้ก็น่าฟังมาก ตรงที่ว่า "อุบายเครื่องพ้นทุกข์ไม่ใช่อยู่ที่อื่นไกล หากแต่อยู่ที่มีสติสัมปชัญญะรอบคอบในทุกอิริยาบถ"
สำหรับท่านเจ้าคุณปัญญาพิศาลเถร (หนู) วัดปทุมวนาราม (สระปทุม) เป็นพระเถระที่พระป่าท่านก็นับถือ วัดสระปทุมจึงเป็นอีกที่หนึ่ง ที่พระป่ายุคเก่าเข้ามาพัก เวลาท่านผ่านเข้ามาในกรุงเทพฯ เช่นท่านพระอาจารย์มั่น และท่านพ่อลี เป็นต้น ท่านอาจารย์มั่นเวลาท่านมาพักที่วัดสระปทุม ท่านจะไม่สุงสิงกับใคร เดินจงกรม นั่งสมาธิของท่านเงียบๆ องค์เดียวสม่ำเสมอ ท่านปฏิบัติเป็นเครื่องอยู่อันผาสุก
ท่านพ่อลี ตอนหนุ่มๆ มาพักที่วัดสระปทุม ท่านเคยเกิดอยากสึกไปมีครอบครัว ท่านจึงนั่งภาวนาแล้วน้อมใจคิดเอาว่า เมื่อท่านสึกแล้ว ท่านจะไปทำงานที่นั้นๆ ด้วยความพากเพียร พอมีเงินทองมากเข้า ท่านจะไปขอสาวสวยมาแต่งงานด้วย แล้วก็มีลูกหลายคน เมื่อมีลูกมากก็ต้องทำงานหนักยิ่งขึ้น ส่วนภรรยาก็หงุดหงิดมากขึ้นเพราะต้องเลี้ยงลูก ความสุขในครอบครัวที่คิดว่าจะมี ก็ชักจะกลายเป็นความทุกข์ เมื่อท่านทุกข์มากเข้าๆ ท่านก็คิดว่า เอ.. ท่านจะทำอย่างไรต่อไปดีเพื่อจะพ้นทุกข์ จิตก็บอกว่า ต้องออกบวชแล้วปฏิบัติ พอคิดพิจารณามาถึงตอนนี้ จิตที่คิดอยากสึกก็ขาดไปทันที เพราะท่านจะสึกไปหาความทุกข์ทำไม ในเมื่อสมบัติในโลกได้มาแล้วก็ต้องสูญไปทั้งหมด วัดสระปทุมของท่านอาจารย์หนู จึงเป็นสนามรบครั้งสำคัญ ที่ทำให้เราได้มีท่านพระอาจารย์ลี แห่งวัดอโศการาม
อ่านประวัติครูบาอาจารย์ แล้วก็เห็นว่า กว่าที่ท่านจะสบาย ท่านลำบากมาก่อนแล้วทั้งนั้น พวกเราเองวันนี้ กำลังพากันตะเกียกตะกายใฝ่หาความดีใส่ตัว ใครจะทราบได้ครับว่าต่อไป อาจจะมีพระเถระ หรือมหาอุบาสิกา (เช่นคุณแม่นิดนึง คุณแม่มะเหมี่ยว คุณแม่นุดี) ที่เล่าประวัติให้คนรุ่นถัดไปฟังว่า ท่านเคยเล่น net และจาริกอยู่ในลานธรรมเสวนา
เพราะยุคนี้ หาป่าที่จะออกธุดงค์ไม่ค่อยได้เสียแล้ว
จากคุณ : สันตินันท์ [ 18 ส.ค. 2542 / 08:47:48 น. ] |