ความเห็นที่ 1 โดยคุณ ปราโมทย์ วัน จันทร์ ที่ 28 สิงหาคม 2543 13:42:14 เมื่อวานเจอตึกที่ศาลาลุงชิน อดถามไม่ได้ว่าไปทำอะไรมา เพราะจิตใจเบิกบาน เบาสบายกว่าเมื่อก่อนมาก พอถามเสร็จ ตึกก็เริ่มเพ่งจิตขึ้นอีก ดีที่เมื่อเช้าถามดูแล้ว ตึกก็ทราบว่า เพ่ง จึงไม่จัดว่าจะมีปัญหาอะไรในการปฏิบัติ
เรื่องของลูกโป่งนั้น เกิดจากผมอ่านพระไตรปิฎก พบว่าพระศาสดาทรงสอนมากมายเกี่ยวกับเรื่องขันธ์ 5 อายตนะ 6 ธาตุ 18 สติปัฏฐาน 4 กายคตาสติ อานาปานสติ นิวรณ์ 5 โพชฌงค์ 7 มรรคมีองค์ 8 ฯลฯ สารพัดธรรมที่ทรงสอนนั้น ล้วนแต่เป็นธรรมที่มุ่งเพิกถอนสิ่งที่จิตไปติดยึดทั้งนั้น โดยเน้นถึงสิ่งที่จิตไปติดยึดบ้าง สอนถึงเครื่องมือเพื่อคลายความยึดบ้าง ไม่ค่อยพบธรรมส่วนใดที่ทรงสอนตรงๆ ถึงเรื่องจิต เรื่องนิพพาน เช่นท่านไม่เคยสอนเลยว่า จิตมี 89 ดวง หรือ 121 ดวง ไม่ทรงสอนเรื่องจิตว่าง จิตเดิมแท้ จิตไม่เป็นตัวกูของกู เมื่อทรงกล่าวถึงนิพพาน ก็กล่าวสั้นๆ ในเชิงปฏิเสธ ว่านิพพานไม่ใช่อย่างนั้นอย่างนี้
ครั้งหนึ่งหลายปีมาแล้ว ผมได้เรียนถามหลวงปู่เหรียญว่า จะทำลายหรือไม่ยึดมั่นจิตผู้รู้ได้อย่างไร แทนที่จะได้คำตอบถึงวิธีทำลายความยึดมั่นจิตผู้รู้ ตามที่ต้องการ หลวงปู่กลับตอบว่า จะไปทำลายมันทำไม ให้ทำลายอุปาทานขันธ์เสียดีกว่า ตอนนั้นฟังแล้วไม่ซาบซึ้งถึงใจเลย คิดว่าถามอย่างหนึ่ง หลวงปู่กลับตอบอีกอย่างหนึ่ง ก็เหมือนที่มีคนถามว่า คนตายแล้วเกิดหรือ แล้วพระท่านกลับตอบเรื่องขันธ์ 5 เป็นไตรลักษณ์ นั่นแหละครับ ท่านตอบถูกของท่านแล้ว แต่ผมมันโง่เอง
มาหลังๆ นี้แหละครับจึงพิจารณาออกมาได้ว่า พระพุทธเจ้าท่านแสดงธรรมต้นทางของการปฏิบัติ ท่านไม่นิยมสอนถึงปลายทาง เพราะผู้ฟังจะเที่ยวแสวงหาปลายทาง โดยมองข้ามต้นทางของการปฏิบัติไปเสีย เพราะหากผู้ใดสามารถเพิกถอนอุปาทานขันธ์เสียได้ ด้วยปัญญาอันเกิดจากการเจริญสติสัมปชัญญะ ปลายทางที่ต้องการจะไปไหนเสีย
เราไม่ต้องไปสนใจหรอกว่า จิตมันมีกี่ดวง จิตที่หลุดพ้นเป็นอย่างไร ให้เจริญสติสัมปชัญญะ รู้ปัจจุบันธรรมอันเป็นสภาวะแท้จริงที่กำลังปรากฏเรื่อยไป พอรู้จริงในสิ่งที่จิตไปหลงยึดมั่นแล้ว จิตเขาคลายความยึดมั่นเอง
เหมือนกับการพินิจพิจารณาสิ่งบางสิ่งที่กำลังจับไว้ในมือ จนเข้าใจว่ามันคืองู ขี้คร้านจะรีบสะบัดมือทิ้งสิ่งที่กำลังจับไว้นั้น แล้วมือก็ว่างเปล่าเอง โดยไม่ต้องเสียเวลาศึกษาก่อนหรอกว่า มือที่ว่างเปล่า เป็นอย่างไร
อนึ่ง เรื่องจิตผู้รู้นั้น เป็นอุบายของการปฏิบัติ เพื่อให้เราจำแนกให้ออกว่า อะไรคือจิต อะไรคืออารมณ์ และจิตกับอารมณ์สัมพันธ์กันอย่างไร จนเกิดความเข้าใจว่า สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งปวงมีความดับไปเป็นธรรมดา ตลอดไปจนถึงความรู้แจ้งแทงตลอดอริยสัจจ์ 4 จิตจึงสลัดทิ้งสิ่งที่ยึดมั่นอยู่คือขันธ์ 5 อันได้แก่รูป เจตสิก และจิตเอง (สลัดแล้วนิพพานจะเป็นอย่างไรก็ช่างเถอะครับ คิดล่วงหน้าไปก็เสียเวลาเปล่าๆ เพราะคิดไม่ได้หรอก) ไม่ใช่ว่าให้ไปรู้จักจิตผู้รู้ แล้วหาทางปล่อยวางหรือทำลายจิตผู้รู้ตรงๆ สิ่งที่เราต้องการคือการข้ามฝั่ง ไม่ใช่การไปคิดว่า ข้ามฝั่งแล้วจะทำลายเรืออย่างไร เพื่อจะขึ้นฝั่งได้ |