|
ทำสมาธิเริ่มด้วยการรู้นิวรณ์ |
|
|
ผมใช้วิธีง่ายๆ อย่างหนึ่งครับ คือเวลาจะทำสมาธิ ผมไม่เริ่มจากการมุ่งทำให้จิตสงบ แต่ผมจะเฝ้ารู้จิตใจตนเองไปเลย ถ้าพบนิวรณ์ 5 เช่นความฟุ้งซ่านเป็นต้น ก็จะรู้ความฟุ้งซ่านนั้นด้วยจิตที่เป็นกลาง จิตกับความฟุ้งซ่านจะเป็นคนละส่วน ต่างคนต่างอยู่ ถึงตรงนี้จิตก็เป็นสมาธิแล้วครับ เพราะศัตรูของสมาธิถูกแยกออกไปแล้ว เราก็อยู่กับจิตที่รู้ตัว ตั้งมั่น สงบ นานเท่าที่ต้องการพักผ่อนครับ
มีข้อสังเกตเพิ่มเติมอย่างหนึ่งครับว่า ในทางธรรมนั้น มีคำศัพท์คำเดียวกัน แต่ใช้ต่างที่กันอยู่มาก เช่นคำว่าอุทธัจจะ หรือความฟุ้งซ่านนั้น ในนิวรณ์ก็มี ในสังโยชน์ก็มี แต่อาการหรือสภาวะธรรมของความฟุ้งซ่านใน 2 ที่นี้ต่างกันมาก ความฟุ้งซ่านที่เป็นนิวรณ์นั้น เป็นความฟุ้งซ่านอย่างที่เรารู้จักกันนั่นเอง และสามารถข่มได้ด้วยสมาธิ ซึ่งจิตของพระอนาคามีนั้นปกติมีสมาธิบริบูรณ์ ความฟุ้งซ่านในนิวรณ์จึงแผ้วพานท่านยาก แต่ท่านยังมีความฟุ้งซ่านละเอียดอีกชนิดหนึ่ง คือความฟุ้งไปในธรรม เช่นจิตของท่านยังพิจารณาหาทางออกจากทุกข์ ยังหาทางทำลายอวิชชาอยู่ ไม่หยุด รู้ อย่างแท้จริง ยังมีอาการกระเพื่อมไหวอยู่ ต่อเมื่อท่านรู้ว่า การแสวงหาธรรมนั้นแหละ คือเครื่องปิดกั้นธรรม ท่านจึงจะผ่านสิ่งเหล่านี้ไปได้ (ในขั้นของเรายังต้องแสวงหาอยู่นะครับ อย่าเพิ่งใจร้อนข้ามขั้น) ตรงที่นำมาเล่านี้ เป็นสิ่งที่ผมทำไม่ได้ครับ เพียงแต่ได้รับฟังมา ก็นำมาเล่าต่อ เพื่อประดับความรู้ของเพื่อนฝูงไว้ ไม่แน่ว่าวันหนึ่ง ท่านอาจจะได้ใช้ประโยชน์จากธรรมอันนี้ก่อนผมก็ได้ครับ [26 มี.ค. 2542] |