|
ความคิดเห็นที่ 4 : (สันตินันท์)
สิ่งที่ผมแนะนำให้น้องๆ เป็นเรื่องง่ายๆ ครับ คือให้รู้จัก รู้ สภาพธรรมที่ปรากฏกับจิตใจตนเองเท่านั้น แล้วแต่ละคนก็จะมีวิถีทางที่ตนเองถนัด จะไปทำกรรมฐานอะไรในสติปัฏฐาน 4 ก็แล้วแต่ แต่ละคนจะเลือกเอาเองครับ
สำหรับคุณ glory เป็นผู้มีจิตละเอียด มีกำลังฌานมาแต่เดิม ก็รู้สภาพธรรมที่ละเอียดในจิตของตน ไม่ใช่ว่าทุกคนที่หัดแล้ว จะต้องพิจารณาแบบเดียวกันนี้ทั้งหมดนะครับ มิฉะนั้นหลายคนอาจจะท้อใจ ว่าทำแล้วไม่เหมือน glory
ที่จริงเรื่องความว่างนั้น ไม่ใช่จิตว่างเปล่าปราศจากอารมณ์ จริงอย่างที่คุณ glory กล่าว คือมันว่างจากกิเลสตัณหา ว่างจากทุกข์ เพราะจิตไม่ก่อเหตุแห่งทุกข์ขึ้น เนื่องจากความมีปัญญารู้เท่าทันของจิต ที่สักว่ารู้อารมณ์โดยไม่ยึดถือ
ส่วนการทำสมถะโดยยกเอาความว่างมาเป็นอารมณ์นั้น หากดูจิตชำนาญแล้วก็พอทำได้ไม่ยากนัก คือไประลึกรู้ความว่าง เอาความรู้สึกแนบสนิทเข้ากับความว่าง จนจิตรู้ความว่างโดยไม่ได้ตั้งใจประคองไว้
สำหรับการติดสมถะขั้นความว่างนั้น ตรงนั้นเกิดจากการที่เรารู้ไม่เท่ากิเลสประเภทราคะละเอียดครับ จิตจะมีอาการอ้อยสร้อยอ้อยอิ่งรักใคร่พอใจในความสงบ ถ้ารู้ทันกิเลสในใจตนเอง จะไม่ติดสมถะหรอกครับ
จากคุณ : สันตินันท์ [ 12 ก.ค. 2542 / 09:01:06 น. ]
ความคิดเห็นที่ 23 : (สันตินันท์)
ถ้าคุณ Lee รู้สึกล้า ก็ควรทำความสงบบ้างครับ จิตจะได้พักผ่อนบ้าง
ทั้ง morning_glory และ Lostboy อธิบายได้ดี ขออนุโมทนาครับ ที่จริงแล้ว ถ้าเราเจริญจิตตานุปัสสนาอยู่อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าใครก็จะเห็นกลไกของจิตในลักษณะเดียวกันนี้ และตรงตามกฏของปฏิจจสมุปบาทครับ
ธรรมะลึกซึ้ง แต่ไม่ลึกลับ ไม่มีทางใดจะเข้าใจได้ นอกจากลงมือทำด้วยตนเอง
จากคุณ : สันตินันท์ [ 13 ก.ค. 2542 / 14:39:22 น. ] |