header image
Home arrow กลยุทธในการปฏิบัติ arrow ทั่วไป arrow ฐานของจิต
ฐานของจิต
ฐานของจิตนั้นไม่ใช่จุดที่ตั้งทางวัตถุว่าอยู่ส่วนนั้นส่วนนี้ของกาย
การเอาจิตไปกำหนดไว้ในกาย ไม่ว่าจุดใด จึงไม่อาจเห็นจิตได้
และไม่เกี่ยวกับการปฏิบัติเพื่อบรรลุมรรคผลนิพพานเลย
แต่การดูจิต ก็ต้องรู้จักฐานของจิต ซึ่งเป็นจุดที่จิตรู้ตัว ตั้งมั่น สงบ สะอาด ผ่องใส
วิธีการที่เราจะรู้จักฐานของจิตมี 2 ทางครับ(ที่ผมเคยทำ)
อันหนึ่งคือการทำสมถะ จนจิตรวม รู้ชัดว่า อันนี้จิต อันนี้ความสงบที่ถูกรู้
อีกอย่างหนึ่งคือการรู้ทันเข้าไปที่กิเลสที่กำลังปรากฏ
จะเห็นว่ากิเลสนั้นไม่คงที่ จะเข้มข้นบ้าง จางลงบ้าง
แล้วเมื่อมันจางหายไปตรงไหน ก็รู้อยู่ตรงนั้นแหละครับ จุดนั้นแหละคือฐานรู้ของจิต
แม้กิเลสอื่นๆ ก็จะโผล่หน้ามาที่เดียวกันนั้นเช่นกัน
หากทำใจให้สบายๆ เราจะพบว่า ความรู้สึกที่ตั้งของจุดนั้น อยู่ที่อกครับ
ถ้าว่าตามตำรา ก็น่าจะเป็นที่ตั้งของ หทยวัตถุ
แต่อย่าไปเพ่งตรงเข้าที่อกหรือหัวใจนะครับ มันคนละส่วนกัน
เหมือนคนละมิติแต่มันซ้อนกันอยู่เท่านั้น


[13 ม.ค. 2542]


พุทโธ เป็นกำลังเสริมการดูจิตได้ดีมากครับ
หากทำพุทธานุสติเป็น ไม่เพียงจิตใจจะสงบเท่านั้น
กระทั่งนิพพานก็ทำให้ถึงได้ (ถ้าทำเป็น)
ดังที่พระพุทธเจ้าท่านแสดงธรรมไว้ว่า
พุทธานุสติ ฯลฯ ย่อมเป็นไปเพื่อความหน่าย เป็นไปเพื่อคลายกำหนัด
เป็นไปเพื่อความตรัสรู้ยิ่ง เป็นไปเพื่อพระนิพพาน
(เอกธัมมาทิบาลี เอกนิบาต อังคุตรนิกาย สุตตันตปิฎก-เล่ม 20 หัวข้อที่ 179 - 180)
(แต่การท่องพุทโธแบบนกแก้วนกขุนทอง ไม่ใช่พุทธานุสตินะครับ)


หลวงปู่หล้า แห่งภูจ้อก้อ ก็เคยสอนว่า
พุทโธอันเดียวนี้ ก็ทำให้ถึงที่สุดได้


คือถ้าเราบริกรรมพุทโธระลึกถึงพระพุทธเจ้า
จนเป็นอารมณ์อันเดียวของจิต ก็เป็นสมถะ
ถ้าเราบริกรรมพุทโธ เพื่อประคองความรู้ตัว ก็เป็นเครื่องมือทำวิปัสสนาได้
กระทั่งจะเอาความตรึกว่าพุทโธ มาเป็นอารมณ์ของวิปัสสนาก็ยังได้
เพราะความตรึกหรือวิตก เป็นสังขารขันธ์ที่แสดงความเกิดดับเป็นไตรลักษณ์
มันมีสภาวะหรือปรมัตถ์เหมือนสังขารตัวอื่นๆ นั่นเอง
แต่ที่สำคัญ อย่าให้จิตหลงเข้าไปในบัญญัติของคำว่าพุทโธก็แล้วกันครับ
[14 ม.ค. 2542]

<Previous   Next>