header image
Home arrow กลยุทธในการปฏิบัติ arrow ทั่วไป arrow ความคิด
ความคิด
ความคิดเห็นที่ 3 : (สันตินันท์)

เรื่องจิตนี้พิสดารมากครับ
ถ้าเราพลิกตัวที่เคยคุยด้วย ให้มาเป็นคนคอยจับผิดเวลาเราเผลอสติ
หรือให้คอยแสดงธรรมอบรมสั่งสอนจิตของเรา ก็ใช้ได้ครับ
วิธีแบบนี้มีท่านผู้อาวุโสบางองค์เคยทำเหมือนกัน
แต่ผมไม่ถนัดแบบนั้น รู้สึกว่าเป็นภาระกับจิตมากเกินไปครับ


จากคุณ : สันตินันท์ [ 8 มิ.ย. 2542 / 11:31:01 น. ]

ความคิดเห็นที่ 6 : (สันตินันท์)

เวลาเรามีสติสัมปชัญญะแล้วใช้สติระลึกรู้นามธรรมในจิตนั้น
ถ้าดูได้ละเอียดจะพบคนหลายคนในตัวเรา
คนหนึ่งรู้สึกสุขทุกข์ เฉยๆ
คนหนึ่งเป็นคนคุ้ยความจำต่างๆ ขึ้นมา
คนหนึ่งเป็นคนคิด คิดตลอดเวลา แล้วพูดแจ้วๆ ไม่เลิก
คนหนึ่งเป็นคนรู้ อะไรผุดขึ้นก็มีหน้าที่รู้อย่างเดียว


ที่ดูแล้วมันกลายเป็นหลายคนนั้น ไม่แปลกหรอกครับ
คือนามทั้งหลายมันถูกจำแนกออก เป็นเวทนา สัญญาสังขาร และวิญญาณ
เดิมสิ่งเหล่านี้ร่วมหัวจมท้ายกัน คอยก่อปัญหาให้เรา
คือมันรวมกันเข้ามาเป็นความรู้สึกว่า เรา เรา เรา


เวลาปฏิบัติแล้ว จะมีกี่ตัวก็ช่างมันเถอะครับ
ให้มีตัวหนึ่งเป็นคนดู อีกตัวหรือหลายตัวก็แสดงหน้าที่ของมันไป
อย่างนี้ก็ใช้ได้แล้วครับ


นักปฏิบัติจำนวนมาก ต้องการดับความคิด
ตัวความคิดหรือสังขารขันธ์นั้น เป็นส่วนของทุกข์ท่านให้เรารู้ ไม่ใช่ไปละมัน
เพียงแต่เมื่อมีสติสัมปชัญญะ รู้ความคิดแล้ว
ความคิดจะค่อยๆ เงียบเสียงลงตามลำดับ โดยไม่ต้องไปบังคับมัน
มันจะพูดก็ช่างมัน มันจะเงียบก็ช่างมัน รู้มันเรื่อยๆอย่าเผลอก็พอแล้วครับ


เร าไม่ได้ปฏิบัติเพื่อดับสังขารขันธ์ หรือเวทนาและสัญญาขันธ์
แต่ปฏิบัติเพื่อจะรู้ทันความเกิดดับของมัน ด้วยจิตที่เป็นกลาง
ถ้าคิดจะดับมัน จิตจะเกิดความรำคาญใจขึ้นมาเล็กๆแบบไม่รู้ตัวครับ
เรียกว่ากิเลสเกิดขึ้น แต่เรารู้ไม่ทัน
จิตจึงไปปฏิเสธสภาพธรรมที่กำลังปรากฏอยู่


จากคุณ : สันตินันท์ [ 9 มิ.ย. 2542 / 14:52:11 น. ]


ความคิดเห็นที่ 14 : (สันตินันท์)

ตัวความคิดที่ผุดขึ้นนั้น แรกทีเดียวมันเป็นสัญญาณผุดขึ้นมา โดยไม่รู้ว่าคิดอะไร
พอสัญญาจับเข้าไป แปลเข้าไป จึงทราบว่าสัญญาณที่ผุดขึ้นนั้น พูดเรื่องอะไร
ถ้าสติเราดีพอเราจะเห็นว่ามันผุดขึ้นมาโดยเราไปบังคับมันไม่ได้
เมื่อเราไม่ได้เจตนาจะคิด ก็ไม่มีบาปกรรมใดๆ ทั้งสิ้น


แต่เมื่อใดจิตเราเคลื่อนเข้าไปยึด ไปเชื่อ ไปคล้อยตามความคิดที่ผุดขึ้นนั้น
มโนกรรมจึงจะเกิดขึ้นได้
เพราะกรรมนั้นไม่เกิดนอกภพ จะต้องเกิดในภพ
ถ้าจิตยังไม่เคลื่อนเข้ายึดอารมณ์เป็นภพขึ้นมา กรรมก็ยังเกิดไม่ได้


ส่วนเมื่อความคิดร้ายต่อผู้ไม่ควรคิดร้าย โดยจิตมันคิดเองแล้วจิตเกิดเศร้าหมองนั้น
จิตไม่ได้เศร้าหมองเพราะความคิดร้ายที่ผุดขึ้น
แต่เศร้าหมองเพราะความคิดนึกปรุงแต่งที่เกิดหลังความคิดร้ายนั้น
เช่นคิดว่า เรานี่ไม่ดีเลย คิดอย่างนี้เป็นบาป
แล้วจิตก็หลงเชื่อ หลงตามความคิดอันหลังนี่ จิตจึงเศร้าหมอง


จากคุณ : สันตินันท์ [ 25 มิ.ย. 2542 / 09:21:09 น. ]

<Previous   Next>