header image
Home arrow กลยุทธในการปฏิบัติ arrow ทั่วไป arrow ปฏิบัติแล้วไม่เบิกบาน
ปฏิบัติแล้วไม่เบิกบาน
ตรงที่ฉุกใจ เฉลียวใจ และ "อ้อ" โดยไม่ใช้ความคิดนี่แหละ น่าสนุกสนานมากทีเดียว
ผมเคยเล่าให้น้องๆ หลานๆ ฟังบ่อยๆ ว่า
ความฉลาดน่ะ พับเก็บใส่กระเป๋าไว้ก่อน ความเฉลียวต่างหากที่สำคัญมาก
ผมเองเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน เคยมีอาการเดียวกับคุณมะเหมี่ยวเหมือนกัน
คือรู้ตัว รู้อารมณ์ที่เกิดดับ แล้วจิตใจมันแห้งขาดความชุ่มชื่นเบิกบาน
พยายามหาทางแก้ไขอย่างไรก็ไม่ได้ผล
ไปปรึกษากับหลวงพ่อพุธ ท่านเมตตาแสดงธรรมให้ฟังว่า
เมื่อจิตไม่เป็นเราแล้ว จะยึดถืออาการอย่างนี้ทำไม
ถึงกระนั้นจิตก็ยังขาดความชุ่มชื่น
จนย้อนกลับไปทำสมถะอยู่ 3 - 4 วัน จิตก็ชุ่มชื่นขึ้นมา มีกำลังเดินวิปัสสนาต่อไปอีก


ทุกวันนี้แม้จิตจะทรงตัวรู้เด่นดวงอยู่ทั้งวันโดยไม่ต้องประคับประคอง
และมีความชุ่มชื่นเบิกบานด้วยธรรมเป็นส่วนมาก
แต่ถ้าทอดทิ้งการทำสมถะไปนานๆ
แม้จะไม่เดือดร้อนรำคาญ แต่ตัวรู้นั้นเหมือนขาดน้ำหล่อเลี้ยง
ก็ต้องกลับไปทำสมถะเป็นครั้งคราวครับ
อย่างน้อยก็ต้องเดินจงกรมแบบสมถะสัก 20 - 30 ก้าว
เพื่อให้จิตเกิดความชุ่มชื่นเบิกบานขึ้นมา
นักปฏิบัตินั้น ทิ้งสมถะเสียทีเดียวไม่ได้หรอกครับ
เพราะจะปฏิบัติรู้เกิดดับไปอย่างแห้งๆ แล้งๆ
จิตจะขาดความนุ่มนวล อ่อนโยน ควรแก่การงาน
ซึ่งเป็นจิตที่ไม่พร้อมจะเดินวิปัสสนาได้จริงๆ
-=ฝืนรู้เกิดดับด้วยจิตที่กระด้างไปนานๆ แทนที่จะได้ผล
กลับจะยิ่งขี้โมโห และมานะอัตตาแรงหนักกว่าเก่าไปอีก=-
[17 มี.ค. 2542]

<Previous   Next>