|
|
ความเห็นที่ 15 โดยคุณ สันตินันท์ วัน ศุกร์ ที่ 17 มีนาคม 2543 08:54:54 เรื่องการกำหนดจิตผิดก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับ ส่วนมากก็เรื่องเผลอ กับเรื่องเพ่ง โดยไม่รู้ทันนี่เอง จิตจึงไม่สามารถจะรู้สภาพธรรมที่กำลังปรากฏ ด้วยความเป็นกลาง หรือสักแต่รู้ได้
นักปฏิบัติอย่าไปกังวลสนใจว่า เราจะเดินอย่างไรให้ถูกตรงทุกองศา ถ้าคิดจะเดินให้ถูก ก็จะผิดทันที เพราะจะเกิดการเสแสร้งแกล้งปฏิบัติขึ้นมา เช่นการกดข่มจิตใจ การเพ่งจ้อง ฯลฯ ที่เหมาะที่ควร เอาแค่ว่า อย่าให้ผิด ด้วยการเผลอและการเพ่ง เมื่อไม่ผิดแล้ว ก็ไม่ต้องไปคิดเรื่องถูก มันจึงจะถูกได้จริง ถ้ายังคิด ยังทำเรื่องถูก ยังไงก็ไม่ถูกครับ
ดังนั้นเวลาปฏิบัติอย่าไปกังวลใจใดๆ ให้รู้เท่าทันกายใจของตนไปตามธรรมชาติธรรมดา ยิ่งเป็นธรรมชาติธรรมดามากเท่าไร ก็ยิ่งดีเท่านั้น เพราะความจริงแล้ว ธรรมะก็คือเรื่องธรรมดานี่เอง กิเลสต่างหาก ที่ทำให้การปฏิบัติธรรมกลายเป็นสิ่งยุ่งยากไปหมด
เมื่อวันเสาร์ก่อนผมไปที่วัดป่าเชิงเลน เพื่อกราบเยี่ยมครูบาติ๊ก ไปเจอผู้หญิงคนหนึ่ง อายุมากกว่าผม เธอเข้ามาถามธรรมะ เมื่อผมอธิบายถึงสภาวะ "รู้" จนเธอเข้าใจและเห็นตามได้แล้ว เธอก็อุทานออกมาว่า "ธรรมะเป็นเรื่องธรรมดาจริงๆ แต่เธอเสียเวลาปฏิบัติ ทำโน่นทำนี่อยู่หลายสิบปี เพราะไม่มีใครบอกให้เธอลืมตาตื่นต่อธรรมะที่เต็มบริบูรณ์อยู่ต่อหน้าแล้ว"
ดังนั้น จิตมีกิเลส ก็รู้ว่ามีกิเลส จิตมีกุศล ก็รู้ว่ามีกุศล จิตตั้งมั่น ก็รู้ว่าตั้งมั่น จิตไม่ตั้งมั่นเพราะทะยานไปตามแรงผลักของตัณหา ก็รู้ทันมัน ทำไปเถอะครับ ถ้ารู้ทันจริงๆ แล้ว ไม่ต้องไปคิดเรื่องผิดถูกอะไรหรอก เพราะบรรดาความผิดทั้งหลายนั้น มันมาจากความไม่รู้ทันมารยากิเลสที่มาหลอกจิตใจ จึงไม่เห็นทุกอย่างตามความเป็นจริง เท่านั้นเอง |