header image
Home arrow หลักการปฏิบัติธรรม arrow ทั่วไป arrow สัมมาสมาธิกับมิจฉาสมาธิ
สัมมาสมาธิกับมิจฉาสมาธิ
เรื่องสมาธิแยกเป็น 2 ส่วนคือมิจฉาสมาธิ กับสัมมาสมาธิ
แต่ละสมาธิก็มีวิธีการ และการนำมาใช้งานที่แตกต่างกัน
มิจฉาสมาธินั้น หลักสำคัญคือการเพ่งเพื่อให้จิตหยุดอยู่ในอารมณ์อันเดียว
โดยเอาความสงบเป็นเป้าหมาย
เมื่อจิตสงบตามต้องการแล้ว ก็น้อมเอาความสงบนั้นไปสร้างภพสร้างชาติ


ส่วนสัมมาสมาธินั้น หลักสำคัญคือการมีสติระลึกรู้อารมณ์เฉพาะหน้าอย่างต่อเนื่อง
เอาความแน่วแน่ที่จิตจะมีสติสัมปชัญญะ รู้อารมณ์ที่กำลังปรากฏเป็นเป้าหมาย
เพื่อน้อมเอาจิตชนิดนั้นไปเจริญสติปัฏฐานได้อย่างต่อเนื่อง


สัมมาสมาธิต้องประกอบด้วยศีล และปัญญาด้วยเสมอ
เพราะในขณะที่จิตตั้งมั่น มีสติระลึกรู้อารมณ์นั้น
จิตย่อมมีศีล คือความเป็นปกติของจิต เป็นตัวของตัวเองไม่ถูกกิเลสครอบงำ
และมีปัญญารอบรู้การเกิดดับของรูปนามอย่างเป็นปัจจุบัน


ที่หลวงพ่อชากล่าวว่า ศีล สมาธิ ปัญญา เป็นอันเดียวกันนั้น ก็ถูกของท่าน
เพราะท่านหมายถึง จิต ในขณะนั้น ว่าประกอบด้วยศีล สมาธิ และปัญญา


กรณีของท่านพระอานนท์ การเร่งความเพียรของท่านนั้น
ท่านทำอย่างไรในตำราไม่ได้ว่าไว้
แต่ในฐานะผู้ปฏิบัติ ผม-สันนิษฐาน-ว่า ท่านไม่ได้เร่งความเพียรด้วยการเข้าฌาน
เพราะท่านย่อมรู้ว่า การเข้าฌานทำให้เนิ่นช้า
และท่านคงไม่ได้เร่งความเพียรด้วยการตรึกตรองธรรมะ
เพราะนั่นเป็นการใช้ปัญญาอย่างหยาบ
ผู้ปฏิบัติในขั้นแตกหักเอาจริงเอาจังนั้น
ท่านน่าจะรวมรู้ลงที่จิตของท่าน จดจ่ออยู่ที่จิตของท่าน
แต่ไม่ว่าจะรู้ หรือพิจารณาจิตอย่างไร จิตก็ไม่ปล่อยวางจิต
เพราะอะไร
ก็เพราะความจงใจนั้นเอง ได้สร้างภพของผู้ปฏิบัติ ให้เกิดกับท่านพระอานนท์
เมื่อท่านใช้ความพยายามจนสุดความสามารถแล้ว ท่านก็เลิกความจงใจเพื่อพักผ่อน
ในขณะที่เอนกายลงนอนนั้นเอง
จิตของท่านก็ปล่อยวางความยึดถือจิต เพราะเห็นแล้วว่าจิตเป็นของที่บังคับเอาไม่ได้
ปัญญาจริงๆ เกิดตรงที่ตรงนี้ครับ
แล้วจุดนี้ สัมมาสมาธิก็มีอยู่อย่างบริบูรณ์
เพราะจิตของท่านในขั้นนี้เป็นมหาสติแล้ว เป็นอัตโนมัติแล้วที่จะประกอบด้วยศีล และสมาธิ
เมื่อมหาปัญญาอุบัติขึ้นในพริบตาเดียว
ความหลุดพ้นจึงเกิดขึ้น
(ขอย้ำนะครับว่าอันนี้เป็นข้อสันนิษฐาน
จากประสบการณ์ของนักปฏิบัติในยุคเรานี้เอง)


สำหรับวิชชาธรรมกายนั้น เป็นสมาธิแบบใด ก็ลองพิจารณากันเองเถอะครับ
ผมมีเรื่องจะเล่าเกี่ยวกับธรรมกายบางเรื่อง
แต่ไว้หาที่เล่าในกระทู้อื่นดีกว่า
มิฉะนั้นเดี๋ยวกระทู้นี้ถูกลบไปก็น่าเสียดายทีเดียว
[8 พฤษภาคม 2542]

<Previous   Next>