|
|
|
คำว่าดูจิตนั้น จริงๆ ไม่ใช่การดูจิตตรงๆ หรอกครับ เพราะจิตนั้นเป็นผู้รู้อารมณ์ เราจะเอาจิตไปแสวงหาจิตไม่ได้หรอก
คำว่าดูจิตที่พวกเรากล่าวกันนั้น ในความเป็นจริงคือการเจริญสติปัฏฐาน ในหมวดที่เรียกว่า เวทนานุปัสสนา จิตตานุปัสสนา และธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน วิธีการก็คือ เมื่อเราเกิดความทุกข์ หรือความสุข หรือความรู้สึกเฉยๆ ก็ให้รู้ว่ากำลังเกิดอารมณ์อันใด เมื่อเกิดกิเลส เช่นราคะ โทสะ ความฟุ้งซ่าน ความหดหู่ ความลังเลสงสัย ความหงุดหงิดขัดใจ ความเบื่อหน่ายเกียจคร้าน ความอิจฉาริษยา ความเมตตากรุณา ความสงบของจิตใจ ฯลฯ ก็ให้รู้สิ่งที่กำลังปรากฏนั้น
เมื่อรู้แล้วอย่าไปเพ่งสิ่งที่เราไปรู้เข้า ให้รู้ไปอย่างสบายๆ ไม่ต้องอยากไปละมัน หรืออยากให้มันอยู่นานๆ รู้มันไปธรรมดา เรื่อยๆ สบายๆ ก็จะเห็นว่ามันไม่คงที่ มันทนอยู่ได้ไม่นาน มันไม่ใช่เรา เพียงแต่เราไปรู้มันเข้าเท่านั้น
ฝึกมากเข้าก็จะรู้ชัดมากขึ้นว่า บางคราวจิตก็รู้อารมณ์เฉยๆ บางคราวจิตก็ส่งกระแสออกไปยึดอารมณ์ ตามแรงผลักดันในจิตใจเราเอง เมื่อยึดแล้ว ความอึดอัดเป็นทุกข์ก็จะตามมาถ้ารู้เฉยๆ โดยไม่อยาก ก็ไม่ทุกข์
หัดอย่างนี้ให้มากเข้านะครับ แล้วเราจะค่อยๆ รู้ว่า ทุกข์เกิดได้อย่างไร พ้นไปได้อย่างไร และรู้ว่า จิตที่ไม่ทุกข์เป็นอย่างไร
จากคุณ : สันตินันท์ [ 19 ก.ย. 2542 / 09:09:03 น. ] |