ความเห็นที่ 4 โดยคุณ สันตินันท์ วัน อาทิตย์ ที่ 7 พฤศจิกายน 2542 15:37:05 ผมเคยพิจารณาเรื่องนี้มานานแล้วว่า ทำไมผู้คนตั้งมากมายจึงหาที่สนใจการปฏิบัติยากนัก ก็พิจารณาเห็นว่า เพราะส่วนส่วนมากไม่รู้ว่าตนกำลังถูกจองจำอยู่ ไม่รู้ว่า ตนกำลังเป็นทาสอยู่ แต่คิดว่าตนเป็นไทแก่ตัว
เหมือนคนที่เกิดมาติดคุก หรือติดเกาะอยู่สักแห่งหนึ่ง ไม่เคยรู้จักโลกภายนอก ไม่เคยกระทั่งจะจินตนาการถึงโลกภายนอก ก็คือว่า โลกมีแค่สิ่งที่ตนรู้เห็นเท่านั้น เขาย่อมไม่มีความคิด หรือความพยายามที่จะหักกรงขัง หรือหาทางออกจากเกาะนั้น
คนในโลกส่วนมากก็ยอมจำนนอยู่กับโลก เพราะไม่รู้ว่า ยังมีสิ่งนอกเหนือออกไปอีก เมื่อเกิดมาก็เรียนหนังสือ เรียนจบก็หางานทำ แล้วก็มีครอบครัว มีลูกหลาน แล้วก็ตายไป ต่างคนต่างจำเป็นต้องทำตามอย่างคนอื่นๆ เพราะไม่รู้ว่า ยังมีสิ่งที่ดีๆ อื่นๆ อีกในชีวิตนี้
อนึ่ง คนส่วนมากมีมานะอัตตารุนแรง รู้สึกว่าตนเองเก่ง แน่ ไม่มีใครบังคับได้ เขาไม่เคยเฉลียวใจเลยว่า ในความจริงแล้ว เขาตกเป็นทาสของตัณหา ถูกตัณหาควบคุมบังคับสั่งการอยู่แทบทั้งวัน เพียงแต่นายทาสคนนี้ฉลาดแสนฉลาด มันปกครองทาสของมันด้วยการทำให้ทาสหลงผิดว่าตนเองเป็นไท จนทาสบางคนคิดว่าตนเป็นเจ้าโลก ทั้งที่ถูกเขาจูงจมูกอยู่ต้อยๆ ทั้งวัน
ผู้ได้ฟังธรรมของพระศาสดา เกิดความรู้ตัวว่าตนติดคุกอยู่ ตนกำลังเป็นทาสอยู่ ก็ย่อมหาทางหนีออกจากที่คุมขัง หนีจากนายทาสผู้ทารุณร้ายกาจ ที่เลี้ยงทาสไว้เพื่อฆ่าทิ้งตามอำเภอใจเมื่อถึงเวลาหนึ่ง
ธรรมที่กล่าวมานี้จึงสอดรับกับธรรมที่คุณดังตฤณกล่าวไว้ คือจะทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ก็ต้องรู้ตัวว่าทำเพื่อการปลดแอกตนเอง เพื่อความเป็นอิสระ เพื่อความหลุดพ้น เพื่อความดับสนิทแห่งทุกข์หรืออนุปาทาปรินิพพาน
ไม่ใช่เพียงแค่ทำทานตามๆเขา รักษาศีลตามๆเขา เจริญภาวนาตามๆเขา เหมือนที่เรียน ทำงาน มีครอบครัว เลี้ยงลูกหลาน แล้วก็ตายตามๆเขามานับภพนับชาติไม่ถ้วนนั่นเอง
โดยคุณ สันตินันท์วัน อาทิตย์ ที่ 7 พฤศจิกายน 2542 15:37:05 |